23 พฤษภาคม 2550

พุทโธหาย...ลมหายใจโผล่...พุทโธโผล่..ลมหายใจหาย

ในที่สุดนายทองดีก็รู้แล้วว่า..จะเริ่มหลอกล่อจิตให้เริ่มอยุ่นิ่ง ๆ ได้อย่างไร..แม้ว่าจะทราบอยู่แล้วว่า ธรรมชาติของจิต มันจะคิดอะไรต่ออะไรของมันอยู่ตลอดเวลา..พุทโธ..คือสิ่งที่เริ่มให้จิตเข้ามาสนใจ...เมื่อผ่านไปจิตมันก็เริ่มวิ่งออกไปอีก..ก็รีบดึงมันกลับมาด้วยพุทโธอีก...สู้กันอยู่อย่างนี้.หลายครั้ง หลายครา..จนกว่าจะยอมแพ้กันไปข้างหนึ่ง...
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นรู้สึกได้กับพุทโธ..ทุก ๆ ครั้ง ก็คือ..ลมหายใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่นายทองดีรู้แล้ว..แต่เกิดคำถามขึ้นมาในขณะนั้นว่า..พุทโธเกิดขึ้นก่อน..หรือ ลมหายใจเกิดขึ้นก่อน..หรือมันเกิดพร้อม ๆ กัน...ด้วยระยะเวลาที่นายทองดีเฝ้าสังเกตุ เฝ้าเรียนรู้ ในขณะที่พยามสร้างสมาธินั้นพบว่า..มันไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นก่อนกันเลย...และมันก็ไม่ได้เกิดพร้อมกันเลย..อาการรับรู้ต่อสองอย่างนี้มันห่างกันแค่นิดเดียวจริง ๆ ..เพราะใน ขณะที่เราคิดว่าเรากำลังหายใจ..จิตมันก็ลืมพุทโธมารับรู้ว่าเราหายใจ..และบ้างที่ ในขณะ ที่เราคิดว่าเราท่องพุทโธ..จิตมันก็ลืมอาการหายใจมารับรู้ว่าเราท่องพุทโธอยู่....เป็นอย่างนี้เสมอเวลาที่นายทองดีสังเกตุ..นั้นเป็นเพราะว่าธรรมชาติของจิต..มันรับรู้ได้แค่ที่ละอย่างเท่านั้น..ถ้าใครไม่เชื่อลองสังเกตุดูนะครับว่า..ใช่ไหม

17 พฤษภาคม 2550

ทำไมต้องเป็นพุทโธ..

ครั้งก่อนนายทองดีเคยพูดถึง"ธรรมชาติของจิต " ไว้ว่า..มันไม่อยู่นิ่ง มันชอบวิ่งกระโดดไปมา..(ไม่ใช่หมานะครับ..จิตของเราครับ :)..) แล้วมันจะเกิดสมาธิเมื่อไรหล่ะ..นายทองดีก็บอกว่า..เมื่อเราเข้าใจว่ามันเป็นอย่างนั้นไปตามธรรมชาติของมันเอง...แต่ฟังดูเข้าใจยากและทำได้ยากมากครับ..เมื่อก่อนนายทองดีก็เป็นครับ ดังนั้นเราจะทำอย่างไรหล่ะ..บรมครูของเราองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเข้าใจกระบวนการธรรมชาตินี้ได้อย่างละเอียดทะลุปรุโปร่งทุกกระเบียดนิ้ว..และทรงสั่งสอนเวไนยสัตว์..จนมาถึงตัวเรา..2550 ปี..
จากการที่ธรรมชาติจิตมันไม่อยู่นิ่ง จึงมีการสร้างอุบายให้จิตมันอยู่นิ่งขึ้นมา..ซึ่งก็คือ คำภาวนา พุทโธ นี่เอง โดยทำให้จิตมันมาเกาะอยู่ที่คำภาวนา พุทโธ พุทโธ จะได้ไม่ฟุ้งซ่านไปที่อื่น..ฟังดูแล้วก็งง..เพราะตัวนายทองดีก็ไม่เคยเห็นภาพว่าจิตมันจะมาเกาะแล้วนิ่งอยู่ที่พุทโธยังไง..แต่หากจะอธิบายให้เห็นภาพตามแบบนายทองดี..ก็ขออธิบายดังนี้ครับ
สมมุติมีลูกหมาตัวหนึ่ง น่ารัก แต่ดื้อมากไม่ยอมอยู่นิ่งเลย เดี่ยวก็วิ่งไปนู้นไปนี้ เราเห็นแล้วก็อยากได้ แต่พอเราเดินเข้าไปหามัน มันก็ถอยหนี พอเราวิ่งไล่จับมัน มันก็วิ่งหนีหางจุกตูด..ทำไงดีหล่ะถึงจะได้มันมาเลี้ยง..ดังนั้นก็เลยไปซื้อขนมมาถุงหนึ่ง..แล้วก็เดินไปหยุดอยู่หน้ามัน..ต่างคนก็รอดูท่าทีของกันและกัน..เรารู้ว่าถ้าเดินไปหามันต้องวิ่งหนีอีกแน่ ๆ ..ก็เลยหยิบขนมขึ้นมาชิ้นหนึ่ง โยนให้มัน..มันก็ทำท่าตกใจแต่ก็ยังรักษาที่ทีอยู่..เราก็โยนให้มันอีกชิ้นหนึ่ง..มันก็เดินเข้ามาดมดู..เราก็โยนให้มันอีก..มันก็คาบขึ้นมาแล้ววิ่งออกไปกินอยู่ไกล ๆ ...เมื่อหมดมันก็หันมามองหน้าเรา..เราก็เทขนมลงกองหนึ่ง..มันวิ่งเข้ามาหาเราแล้วก็กินขนมจนหมด..แล้วก็มองหน้าเรา คราวนี้เราก็เทขนมให้มันหมด..มันก็กินใหม่จนหมดเกลี้ยง..ตอนนี้เราก็สามารถลูบหัว ลูบหางมันได้ หยอกล้อเล่นกับมันได้..ต่างคนต่างก็มีความสุข..เมื่อเล่นกันซักพักจนเบื่อ..เจ้าหมาน้อยก็วิ่งออกไปตามทางทีมันชอบ..เราก็ยืนดูมันวิ่งออกไปแบบมีความสุข..
วันต่อมาเรากลับมาที่เดิม เห็นเจ้าหมาน้อยตัวเดิม คราวนี้มันหันมามองเรา..เราเรียกมัน"เจ้าหมาน้อย" มันก็วิ่งมาหา มาเล่นกับเราอีกโดยไม่ต้องมีขนมมาล่อมันเลย..
เจ้าหมาน้อย ก็ เหมือนกับจิตเรา....ขนมก็เหมือน คำภาวนาพุทโธ ซึ่งคำภาวนานี้อาจเป็นอย่างอื่นก็ได้ แล้วแต่เจ้าหมาน้อยมันจะชอบ..อาจเป็นไก่ถอดก็ได้ (จากพุทโธ ก็เป็น ยุบหนอ พองหนอ ก็แล้วแต่) ที่ทำให้จิตเราอยู่นิ่งได้..จะเห้นว่ากว่าจะเล่นกับมันได้เราต้องคอย ๆ ทำให้มันเข้ามาหาโดยใช้ขนมล่อ..จิตเราก็เหมือนกันถูกล่อด้วยพุทโธ..เมื่อหยอกล้อกับหมาน้อยเรามีความสุข..ก็เหมือนกับที่จิตมีความสงบ..และเช่นกันเราไม่ใช่เจ้าของหมาน้อย..เราก็ไม่ใช่เจ้าของจิตซักพักมันก็จากเราไป..และเราก็เริ่มเรียกมันใหม่ด้วย..พุทโธ

16 พฤษภาคม 2550

ธรรมชาติของจิต

อันที่จริงเรื่องนี้นายทองดีว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก..ในการที่จะให้เข้าใจกระบวนการเกิดสมาธิ..ซึ่งนายทองดีคิดว่าทำไมเขาถึงไม่สอนเรื่องนี้สมัยที่นายทองดีเรียนพุทธศาสนานะ..อยู่ ๆ ก็มาบอกว่า ให้นั่งสมาธิ...ท่องพุทโธ พุทโธ..แล้วเด็ก ๆ อย่างนายทองดีจะเข้าใจได้อย่างไง..ไอ้ตัวสมาธิ มันป็นตัวยังไง..กว่าจะเข้าใจได้ก็เกือบเสียดายโอกาสที่ได้เกิดเป็นมนุษย์มาพบพุทธศาสนา...

สิ่งที่นายทองดีค้นพบจากอดีตที่ผ่านมาในการนั่งสมาธิ..คือ ธรรมชาติของจิต..แล้วมันเป็นอย่างไรหล่ะ..มันก็เป็นไปตามธรรมชาติของมันซิ..ตอบง่ายมั๊ย..มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ..แต่หากให้นายทองดีตอบตามสิ่งที่นายทองดีเจอ คือ เราไม่สามารถไปบังคับให้มันเป็นไปตามที่เราต้องการได้เลย มันอยากจะเป็นอย่างไรมันก็จะเลือกเป็นของมัน..มันอยากจะคิดอะไรมันก็คิดของมัน..เรานั่ง ๆ อยู่มันก็คิดลอยไปนู้นไปนี้ วุ่นวายไปหมด..เราพยามบังคับให้มันไม่คิด..พยามบอกให้มันหยุดอยู่กับที่..มันก็พยศไม่ยอมเราหรอก..เรียกว่า ยิ่งบังคับมันมันก็ยิ่งไม่เชื่อฟัง...พยามบอกมันว่าอย่าฟุ้งซ่าน อยู่แต่กับคำว่าพุทโธอย่างเดียวซิ..มันก็ไม่เชื่อ..เผลอแป๊บมันก็วิ่งเตลิดเปิดเปิงไปนู้นไปนี้อีก...เพราะอะไรที่เป็นอย่างนั้น..ก็เพราะมันเป็นธรรมชาติของจิตไง..พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ..มันเป็นหน้าที่ของจิต..ที่มีหน้าที่ต้องคิด ซึ่งเป็นกระบวนการอย่างหนึ่งของชีวิต..ที่ต้องมี...อ้าวแล้วเมื่อมันไม่อยู่กับที่แล้วจะเรียกว่าเกิดสมาธิได้อย่างไรกัน..

เกิดได้ครับ..เพียงแค่ลองเข้าใจทำความเข้าใจดูซิว่า..อ๋อ มันเป็นธรรมชาติของมัน อย่างนั้นเอง...

15 พฤษภาคม 2550

การหายไปของพุทโธ

เอ๊ะ..ตกใจ พุทโธ หายไปไหน...หายไปได้อย่างไร...แล้วทำไมมันต้องหาย..

ทุกครั้งที่นายทองดีนั่ง ภาวนาพุทโธ พุทโธ ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เกิดสมาธิ ตามที่เคยได้รู้มา..จนกระทั้งเวลาผ่านไป..ชั่วระยะเวลาหนึ่งความรู้สึกที่เคยคิดอยู่ในหัวว่า พุทโธ พุทโธ..มันหายไปแว๊บหนึ่ง..แต่เอ๊ะ พอคิดได้อย่างนั้นไอ้คำว่า พุทโธ มันก็กลับมาดังอยู่ในหัวอีกแล้ว..มันจะเป็นสลับไปสลับมาอย่างนี้ เรื่อย ๆ พอคิดถึง พุทโธ..พุทโธ ก็มาดังอยู่ในหัว..พอผ่านไปมันก็หายไปอีก..แล้วมันหายไปอยู่ไหนช่วงนั้น..จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้นายทองดีพบว่า.."พุทโธ เกิดจากความคิด" เมื่อตัวนายทองดีคิดถึงพุทโธ ไปซักระยะ ความคิดมันก็เกิดการอิ่มตัว ช่วงเวลานั้น พุทโธก็หายไปจากความคิด..แต่เมื่อใดที่เราคิดถึงมันก็จะโผล่มาอีก..อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จากเหตุการครั้งนี้มันบอกตัวนายทองดีว่า..."เมื่อคิด ก็ไม่รู้..จะรู้เมื่อหยุดคิด" แต่เอ๊ะ..หยุดคิดแล้วจะรู้อะไรหล่ะ..นั้นซิ..ก็ต้องลองดูว่าจะเจออะไร..


แต่นายทองดี เจอ..ความเป็นธรรมชาติ..ครับ

13 พฤษภาคม 2550

ยิ่งตามหา..ยิ่งหางไกล

ขึ้นหัวเรื่องเหมือนนิยายรัก ยังไงไม่รู้อ่ะ...แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ..หลังจากได้งีบไปหลายรอบสมองก็เริ่มทำงาน มาย้อนอดีตกันต่อ

เชื่อมั้ยว่า หลังจาก การพยามบังคับจิตใจตัวเองให้เกิดสมาธิ ทั้งใช้วิธีท่องพุทโธ ท่องอะไรต่าง ตามที่ตัวนายทองดีคิดว่ามันจะช่วยให้เกิดสมาธิได้นั้น มันไม่ช่วยอะไรเลย ยิ่งทำให้เกิดความสับสนในใจขึ้นมาทุกครั้ง...เพราะอะไรนะรึ...มันมีคำตอบครับ..แต่ยังไม่บอกตอนนี้หรอก..

ในการตามหาสามาธิของนายทองดี เชื่อไหมว่ามันใช้เวลานานมาก ค่อย ๆ เรียนรู้ ค่อย ๆ สังสม และค่อย ๆ แก้ไข..อะไรต่าง ๆ มากมาย..ในที่สุด ความพยามของนายทองดีก็เป็นผล ถึงแม้มันอาจจะไม่ถึงกับเต็มที่ แต่มันก็ทำให้..นายทองดี พบกับคำว่า..ธรรมชาติของจิตและสมาธิ

การพยามครั้งที่หนึ่ง..สมาธิอยู่ไหน

วันนี้รู้สึกมึนหัวหน่อยหนึ่ง คงเป็นเพราะช่วงนี้นอนดึกมั้ง...เข้าเรื่องกันดีกว่า
ก็ต้องย้อนไปเมื่อครั้งก่อนนู้นน น นน
หลักจากครั้งนั้น "ครั้งแรกที่ได้พบ..เหตุแห่งสมาธิ" มันก็เกิดความสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นว่ะ..อาการแบบนั้น มันคืออะไร ผีอำนายทองดีหรือเปล่าว้า แต่ในใจก็คิดว่ามันน่าจะเรียกว่า การเป็นสมาธิมั้ง ซึ่งนายทองดีก็เคยพอได้ยินมาบ้างว่าหากใครที่นั้งสมาธิมักเกิดอาการแปลก ๆ แต่ก็ไม่เคยเกิดกับตัวเองซักทีนี่ แล้วมันคืออะไรหล่ะ..
ไอ้ด้วยความสงสัย ปนดีใจนิด ๆ ว่ามันเป็นสมาธิแน่ ๆ ก็เลยตัดสินใจ คืนนี้ขอลองใหม่ก็แล้วกัน...ตกดึกด้วยความมุ่งมันเต็มที่ เอาหล่ะ นั่งขัดสมาธิ ขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย...พุท โธ พุท โธ...เอะครั้งนั้นเรา ดูการหายใจที่มั้นวิ่งเข้า ออก เป็นวงกลมนี้หว่า..งั้นลองทำดูอีกครั้ง...เวลาผ่านไป ความเมื่อยเริ่มเข้ามาแทนที่..โอ้ยเมื่อยขาจัง..ทำไมไม่เห็นรู้สึกวูบ ๆ เหมือนตอนนั้นหน่อ....เอ้าพยามใหม่อย่าฟุ้งซ่าน..หายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา..แต่ในใจของนายทองดีมันมีความรู้สึกว่า ตัวเองฝืน ๆ อย่างไรก็ไม่รู้..เลาผ่านไปซักพักใหญ่ ก็ไม่เห็นมีอาการวูบ ๆ เหมือนตอนนั้น มีแต่อาการเมื่อยขาเข้ามาแทน...เฮ้อในที่สุด ก็ลืมตาขึ้น เลิกนั่งดีกว่า..

สงสัยตัวนายทองดีคงไม่มีวาสนาที่จะเกิดสมาธิมั้ง...แทนที่ในครั้งนี้นายทองดีจะพบคำตอบ กลับยิ่งทำให้สับสนเข้าไปอีก แล้วจะทำไงดีหล่ะที่นี้...

12 พฤษภาคม 2550

ครั้งแรกที่ได้พบ..เหตุแห่งสมาธิ..

ผ่านมาประมาณ 3 ปีกว่าได้แล้วมั้ง..แต่ก็ยังพอจะจำเหตุการณ์ในครั้งได้นะ... อันที่จริง นายทองดีก็รู้จักการนั้งสมาธิมาตั้งแต่เรียนประถมได้มั้ง เพราะมีวิชาพุทธศาสนา จะมีการสอนนั้งสมาธิด้วย..นั่งหลับตาขัดสมาธิ ขาขวาทับขาซ้าย..มือขวาทับมือซ้าย..แล้วหายใจเข้า ท่องพุทธ-หายใจออก ท่องโธ....ประมาณนี้ (ตามที่คุณครูสอน)..จากตอนนั้นก็ใช้ชีวิตโดยทั่วไปไม่เคยรู้เลยว่า ไอ้ทำแบบนั้นมันได้อะไร และเป็นอย่างไร..จนคืนนั้นมันเกิดความอยากในการนั่งสมาธิขึ้นมา ก็ทำตามที่คุณครูเคยบอกนั้นแหละ..กราบที่หมอนสามครั้ง ก็เริ่ม ภาวนา พุทโธ ไปเรื่อย ๆ ตามที่เคยทำมา...มันก็ไม่เห็นได้เรื่องขึ้นมา มันก็มีแค่พุทโธอยู่อย่างนั้น ในขณะที่คิดกลับถอนหายใจออกมา อยู่ ๆ ใจมันก็เกิดลืมพุทโธ ขึ้นมา กลับไปรู้สึกว่าตัวเองมีการหายใจเข้า หายใจออก ใจมันก็บอกตัวเองว่า
"ไหนดูซิ เราจะหายใจเข้า หายใจออกได้เท่าไร"

ซักพักก็รู้สึกว่า การหายใจเข้า หายใจออก มันวิ่งวนเป็นวงกลม คือวิ่งเข้า แล้วก็วิ่งออก ก็เลยนั่งดูวงกลมของการหายใจไปเรื่อย ๆ จนกระทั้งเกิดตกใจที่ตัวเองเกิดมีอาการเหมือนวูบขึ้นมา มันก็เลยกลัว ก็รีบลืมตาขึ้น..แล้วก็ไม่นั่งต่อเลย..เพราะอยู่คนเดียวในห้องนอน แล้วก็ปิดไปมืด ๆ ด้วย..

เหตุการณ์ในครั้งนั้น หากดูผิวเผินเหมือนไม่มีอะไร แต่ในความจริงมันเกิดกระบวนการต่าง ๆ ขึ้นมากมาย ตามหลักของธรรมชาติ และเป็นเหตุให้นายทองดี หันมาสนใจในคำสอนของพุทธศาสนามากขึ้น...

ปฐมบท

หลังจากที่เคยตั้งใจเอาไว้ว่า ซักวันจะสร้าง Blog ของตัวเองขึ้นมาอันหนึ่งเอาไว้เล่าสิ่งผ่านเข้ามาในชีวิต ของนายทองดี..
เอ๊ะ ยังไง..ทำไหมต้องเป็น นายทองดี ?...ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก เพียงแต่รู้สึกชอบชื่อนี้เท่านั้นเอง เวลาอ่านแล้ว รู้สึกว่าได้บรรยากาศของความเป็นไทย ได้กลิ่นอายของชีวิตเมื่อย้อนกลับไปซักสมัยอยุธยา...นายทองดี....

แล้วนายทองดีจะมาทำอะไรหล่ะนี้...

นายทองดีจะมาทำอะไรหล่ะนี้..

ต้องบอกก่อนเลยว่า เนื้อหาทั้งหมด ทั้งหลาย ที่เกิดขึ้นบน blog แห่งนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของนายทองดีเท่านั้น หากคิดว่าผิดหรือคิดว่าถูก เพื่อน ๆ ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อนายทองดีได้เลย..
ที่นี่เป็นเหมือนสมุดบันทึกของนายทองดี ที่มีความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนาว่า เป็นหลักความจริง ที่จะทำให้เราเข้าใจชีวิตได้ถูกต้องที่สุด...นายทองดีจึงได้เริ่มเดินทางศึกษาคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามที่สติปัญญาของตัวนายทองดีจะสามารถเข้าใจได้ ซึ่งไม่ได้ต้องการไปเปรียบเทียบกับใคร ๆ ว่าตัวเองเข้าใจคำสอนถูกต้องมากน้อยแค่ไหน เพียงแต่ต้องการแลกเปลี่ยนความรู้ที่ตัวเองได้เจอ ได้เข้าใจ ในมุมมองของนายทองดี ออกมาเท่านั้น เผื่ออาจจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ หลาย ๆ คน บ้างไม่มากก็น้อย...
เนื้อหาที่เพื่อน ๆ จะได้อ่าน ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า...จะไม่มีรูปแบบตายตัว เ็ป็นบทที่หนึ่ง บทที่สอง...เพราะกิเลสที่มันเกิดขึ้น นายทองดีกำหนดไม่ได้ มันเกิดขึ้นของมันเอง เมื่อเห็นเกิดอย่า่งไรก็จะเขียนออกมาอย่างนั้น..ตามที่สติปัญญาของนายทองดีจะเข้าใจ..แล้วพบกันนะครับ