9 สิงหาคม 2550

๑๐ เรื่องจิต​ ​เรื่องอิทธิฤทธิ์​

เรื่องต่อไปนี้ท่านเจ้าคุณพระ​โพธินันทมุนี​ ​ได้​เล่า​ให้​ฟังเมื่อวันที่​ ๑๕ ​กรกฎาคม​ ๒๕๓๘ ​เป็น​การถอดคำ​พูด​จาก​การบันทึกเทป​ ​ดังนี้​

​ถ้า​พูดไป​แล้ว​นะอาจารย์​ (หมาย​ถึง​ ​อ​.​ปฐม​ - ​อ​.​ภัทรา​ ​นิคมานนท์) ​เรื่องของจิต​หรือ​อิทธิฤทธิ์นี้​ ​อาตมาก็​ไม่​อยาก​จะ​ใช้​คำ​ว่าอิทธิฤทธิ์​ ​เพราะ​หลวงปู่ท่าน​ไม่​นิยม​ ​และ​ก็​ไม่​ทำ​ ​ไม่​แสร้งทำ​ ​ไม่​อะ​ไร​ด้วย​ทั้ง​นั้น​ ​ก็​เลย​ไม่​อยาก​ใช้​คำ​ว่า​เรื่องจิตเรื่องอิทธิฤทธิ์​ แต่จิตนี้หลวงปู่ท่านก็พูดว่า​ “​จิต​”

​แต่​ถ้า​พูดเกี่ยว​กับ​หลวงปู่​ ​ก็มี​เรื่องแปลกๆ​ ​หรือ​เรื่องที่น่าอัศจรรย์​เหมือน​กัน​ ​ใน​ขณะที่​เรา​อยู่​กับ​ท่าน​ ​ท่านก็​ไม่​ได้​ปฏิ​เสธ​ ​ท่านก็​ไม่​ได้​ยกย่อง​ ​ท่านก็​ไม่​ได้​พูด​ ​เพื่ออะ​ไรมากมาย​ใน​เรื่องเหล่านี้​ ​แม้​แต่​เรื่องไสยศาสตร์​ ​ก็พูด​กัน​ว่า​ ​ชาวสุรินทร์​ ​เห็นมี​ไสยศาสตร์​กัน​มาก​ ​สามารถ​ใช้​คาถาอาคมอะ​ไรต่างๆ​ ​เหล่านี้​ ​แม้มีคนถามท่าน​ ​ท่านก็​ไม่​ค่อยอธิบาย​ ​ท่านก็บอกเพียงว่า​ ​ท่านเองก็​ไม่​เคยเห็นเหมือน​กัน​อะ​ไรทำ​นอง​นั้น​

​สำ​หรับเรื่อง​ “​จิต​” นั้น​ท่านพูด​ ​คือท่านพูดเรื่องจิต​ ​ท่าน​ไม่​ค่อย​ใช้​คำ​ว่า​ ​อิทธิฤทธิ์อะ​ไรหรอก​ ​จะ​ใช้​ว่า​ “​พลัง​” ​โดย​มากท่าน​จะ​พูดว่า​ “​พลังจิต​” ​นั้น​ ​มี​อยู่​ ​พลังจิต​จะ​มี​ได้​ก็​เกิด​จาก​ข้อเดียว​ ​คือ​ ​พลังสมาธิ​

​ถ้า​ผู้​ใด​สร้างสมาธิจิต​ไม่​ได้​ ​ท่านว่าพลังจิต​นั้น​เกิดขึ้น​ไม่​ได้​ ​ถึง​เกิดขึ้นก็​เป็น​พลังจิตที่​เป็นมิจฉาหรือ​ไม่​มั่นคง​ ​เช่นว่าคนบางคน​เขา​ใช้​พลังจิต​ใน​ทางที่ผิด​ ​หรือ​นำ​ไป​ใช้​ใน​ทางรักษา​ความ​เจ็บไข้​ได้​ป่วย​ ​ก็อาจ​จะ​มี​ส่วน​ของพลังจิตเหมือน​กัน​

​พลังจิตที่​เกิด​จาก​สมาธิที่ถูก​ต้อง​นั้น​คือ​ ​เมื่อมีสมาธิ​เกิดขึ้น​แล้ว​ก็อาศัยพลังแห่งจิต​ ​เพราะ​สมาธิ​นั้น​เกิด​จากจิตรวม​ คือ​ ​จิตมันละอารมณ์ต่างๆ​ ​เมื่อมันไปแบกเอาอารมณ์ต่างๆ​ ​ไว้​มาก​ ​จิตมันก็​ไม่​มีกำ​ลัง​ ​ไม่​มีพลังอะ​ไร​ ต่อเมื่อจิต​สามารถ​ตัด​ ​อารมณ์ต่างๆ​ได้​ ​ก็​เกิดสมาธิ​ ​ก็​ใช้​คำ​ว่า​ “​จิตเดียว​” ​ที่ปราศ​จาก​อารมณ์มากเกินไป​ ​จิตก็​จะ​เกิดมีพลังขึ้นมา​

​ถ้า​มีพลัง​แล้ว​ (ตามที่หลวงปู่​เคยอธิบาย) ​ระหว่างที่จิตเรา​เกิดมีพลังสมาธินี่​แหละ​ ​บุคคล​จะ​เอา​ไป​ใช้​ทางไหนก็​ได้​ผล​ใน​ทาง​นั้น​ ​แต่​เมื่อ​ใช้​ใน​ทางที่​เสียหายมันก็ทำ​ให้​ ​เสียหาย​ได้​ ​หรือ​ใช้​ไป​ใน​ทางที่​ให้​ประ​โยชน์​ให้​เกิดพลังปัญญาก็​ได้​

​หมาย​ความ​ว่า​ ​อย่างที่ถูก​ใน​หลักวิชาการเรียนทางศาสนาว่า​ ​ศีล​ ​สมาธิ​ ​ปัญญา​ ที่ว่าศีลทำ​ให้​เกิดการอบรมสมาธิ​ ​สมาธิอบรมปัญญา​ ​ฉะ​นั้น​ ​พลังจิตที่​เกิดประ​โยชน์อย่างแท้จริงหลัง​จาก​เกิดสมาธิ​นั้น​ ​หมาย​ถึง​ว่า​ ​จิต​นั้น​จะ​ยกสภาวธรรมขึ้นมา​ไตร่ตรอง​ ​ให้​เกิดวิปัสสนาญาณเกิดปัญญา​ แล้ว​ปัญญา​นั้น​ก็​จะ​แจ่มแจ้ง​ ​ดีกว่าจิตที่​ไม่​เกิดสมาธิ​ ​หรือ​จิตที่​ไม่​มีสมาธิ​

​ฉะ​นั้น​ ​หลวงปู่​จะ​ใช้​ว่าพลังจิต​นั้น​สามารถ​ยกระดับภาวะ​หรือ​ป้อง​กัน​ความ​ทุกข์ยาก​ ​อัน​เนื่อง​จาก​การที่จิตส่งออกไปเพื่อรับอารมณ์ต่างๆ​ได้​

​มีคนชอบถามหลวงปู่​เกี่ยว​กับ​เรื่องอิทธิฤทธิ์บ้าง​ ​หรือ​จิตที่มีฤทธิ์มีพลังอย่างหนึ่งอย่าง​ใด​บ้าง​นั้น​ก็​เคยมี​ ​แต่​เนื่อง​จาก​ว่าหลวงปู่ท่าน​ไม่​สนใจ​ใน​เรื่องสิ่งมหัศจรรย์​ ​หรือ​สิ่งอัศจรรย์​ใน​อิทธิฤทธิ์ต่างๆ​เหล่านี้​ ​ท่าน​จึง​ไม่​นิยมพูด​ให้​ใครฟัง​

​แต่หลวงปู่ก็ยอมรับว่าจิต​นั้น​ย่อม​เป็น​จิตที่มีพลัง​ ​เมื่อจิตมีพลัง​แล้ว​มันก็​จะ​เป็น​ ​คุณประ​โยชน์​ได้​หลายอย่าง​ ​แต่ท่านก็​จะ​ขึ้นต้นว่า​ จิต​จะ​มีพลัง​ได้​นั้น​ก็​ต้อง​เมื่อ​ ​ได้​สมาธิ​ ​เมื่อทำ​สมาธิ​ได้​หรือ​เกิดสมาธิ​ ​จิตมีอารมณ์​เดียว​ ​จิต​จึง​จะ​มีพลัง​ ​เมื่อจิตมีพลัง​แล้ว​จะ​หันไป​ใช้​ทางไหนก็ย่อม​ได้ ​แม้หันไปทางที่ผิดทางพระพุทธ​ ​ศาสนาก็ย่อม​จะ​ได้​ ​อย่างเช่นฤาษีชี​ไพร​ ​หรือ​อะ​ไรๆ​ ​นั้น​ ​ล้วนแต่​เป็น​สมาธิ​ซึ่ง​นับว่า​เป็น​มิจฉาสมาธิ​ได้​

​ส่วน​ “​สัมมาสมาธิ​” ​นั้น​ ​หมาย​ถึง​จิตที่​เป็น​สมาธิตามลำ​ดับตั้งแต่ขั้นต้นคือ​ ​ขณิกะสมาธิ​ ​จนกระทั่ง​เข้า​สู่อัปปนาสมาธิ​ ​อะ​ไร​ใน​กระ​แสนี้​ ​แล้ว​จิต​นั้น​ก็​จะ​เป็น​พลังส่องทางไป​ให้​เกิดปัญญา​

​ใน​ทางตรงข้าม​ ​ถ้า​อาศัยพลังจิตไป​ใน​เรื่อง​อื่น​ ​เรื่องอิทธิฤทธิ์อะ​ไร​นั้น​ไม่​ถูก​ต้อง​ ​หรือ​ไม่​ถูกพุทธประสงค์​ทั้ง​หมด​

แต่​ถ้า​ใช้​พลังจิต​นั้น​เพื่อ​เป็น​เหตุ​ให้​ปัญญาผุดขึ้น​ ​เพื่อ​จะ​ตัดกิ​เลสตัณหา​และ​ ​ความ​ชั่วร้ายต่างๆ​ ​เพื่อยกระดับจิตของเรา​ให้​พ้นทุกข์​ ​จึง​จะ​เป็น​พลังจิตที่​เป็น​สัมมาทิฏฐิ​ ​และ​เป็น​ทางที่ถูก​ต้อง ​หลวงปู่มัก​จะ​อธิบาย​ใน​แนวทางนี้​

​ส่วน​ใน​ทางที่ว่า​เอาพลังจิตไปแสดงอิทธิฤทธิ์อย่าง​นั้น​อย่างนี้​แล้ว​ ​รู้สึกว่าหลวงปู่​จะ​ไม่​ค่อยกล่าว​ถึง​ ​หลวงปู่​จะ​ระมัดระวังที่สุด​ใน​เรื่องการปฏิบัติ​ ​ให้​เป็น​ไป​ใน​ทางที่ดีที่ถูก​ต้อง​

ไม่มีความคิดเห็น: