11 มิถุนายน 2550

๘. ​สติปัฏฐาน​ ​เป็น​ ​ชัยภูมิ​ ​คือสนามฝึกฝนตน

พระบรมศาสดาจารย์​เจ้า​ ​ทรงตั้งชัยภูมิ​ไว้​ใน​ธรรมข้อไหน​? ​เมื่อพิจารณาปัญหานี้​ได้​ความ​ขึ้นว่า​ ​พระองค์ทรงตั้งมหาสติปัฏฐาน​เป็น​ชัยภูมิ​

​อุปมา​ใน​ทางโลก​ ​การรบทัพชิงชัย​ ​มุ่งหมายชัยชนะจำ​ต้อง​หา​ ​ชัยภูมิ​ ​ถ้า​ได้​ชัยภูมิที่ดี​แล้ว​ย่อม​สามารถ​ป้อง​กัน​อาวุธของข้าศึก​ได้​ดี​ ​ณ​ ​ที่​นั้น​สามารถ​รวบรวมกำ​ลัง​ใหญ่​เข้า​ฆ่าฟันข้าศึก​ให้​ปราชัยพ่ายแพ้​ไป​ได้​ ​ที่​เช่น​นั้น​ท่าน​จึง​เรียกว่า​ ​ชัยภูมิ​ ​คือที่ที่ประกอบไป​ด้วย​ค่ายคูประตู​และ​หอรบอันมั่นคงฉัน​ใด​

อุปไมย​ใน​ทางธรรมก็ฉัน​นั้น​ ​ที่​เอามหาสติปัฏฐาน​เป็น​ชัยภูมิก็​โดย​ผู้​ที่​จะ​เข้า​สู่สงครามรบข้าศึก​ ​คือ​ ​กิ​เลส ต้อง​พิจารณากายานุปัสสนาสติปัฏฐาน​เป็น​ต้นก่อน ​เพราะ​คนเราที่​จะ​เกิด​ ​กามราคะ​ ​เป็น​ต้น​ ​ขึ้น​ ​ก็​เกิดที่กาย​และ​ใจ​ ​เพราะ​ตา​แลไปเห็นกายทำ​ให้​ใจกำ​เริบ​ ​เหตุ​นั้น​จึง​ได้​ความ​ว่า​ ​กาย​เป็น​เครื่องก่อเหตุ​ ​จึง​ต้อง​พิจารณากายนี้ก่อน​ ​จะ​ได้​เป็น​เครื่องดับนิวรณ์ทำ​ให้​ใจสงบ​ได้​ ​ณ​ ​ที่นี้พึง​ ​ทำ​ให้​มาก​ ​เจริญ​ให้​มาก​ ​คือพิจารณา​ไม่​ต้อง​ถอยเลยที​เดียว​ ​ใน​เมื่ออุคคหนิมิตปรากฏ​ ​จะ​ปรากฏกาย​ส่วน​ไหนก็ตาม​ ​ให้​พึงถือเอากาย​ส่วน​ที่​ได้​เห็น​นั้น​พิจารณา​ให้​เป็น​หลัก​ไว้​ไม่​ต้อง​ย้ายไปพิจารณาที่​อื่น​ ​จะ​คิดว่าที่นี่​เรา​เห็น​แล้ว​ ​ที่​อื่น​ยัง​ไม่​เห็น​ ​ก็​ต้อง​ไปพิจารณาที่​อื่น​ซิ​ ​เช่นนี้หาควร​ไม่​ ​ถึง​แม้​จะ​พิจารณาจนแยกกายออกมา​เป็น​ส่วนๆ​ ​ทุกๆ​อาการอัน​เป็น​ธาตุ​ ​ดิน​ ​น้ำ​ ​ลม​ ​ไฟ​ ​ได้​อย่างละ​เอียด​ ​ที่​เรียกว่าปฏิภาคก็ตาม​ ​ก็​ให้​พิจารณากายที่​เรา​เห็นที​แรก​ด้วย​อุคคหนิมิต​นั้น​จนชำ​นาญ​ ​ที่​จะ​ชำ​นาญ​ได้​ก็​ต้อง​พิจารณา​ซ้ำ​แล้ว​ซ้ำ​อีก​ ​ณ​ ​ที่​เดียว​นั้น​เอง​ ​เหมือนสวดมนต์ฉะ​นั้น​ ​อันการสวดมนต์​ ​เมื่อเราท่องสูตรนี้​ได้​แล้ว​ ​ทิ้งเสีย​ไม่​เล่า​ไม่​สวด​ไว้​อีก​ ​ก็​จะ​ลืมเสีย​ไม่​สำ​เร็จประ​โยชน์อะ​ไรเลย​ ​เพราะ​ไม่​ทำ​ให้​ชำ​นาญ​ด้วย​ความ​ประมาทฉัน​ใด​ ​การพิจารณากายก็ฉัน​นั้น​เหมือน​กัน​ ​เมื่อ​ได้​อุคคหนิมิต​ใน​ที่​ใด​แล้ว​ ​ไม่​พิจารณา​ใน​ที่​นั้น​ให้​มากปล่อยทิ้งเสีย​ด้วย​ความ​ประมาทก็​ไม่​สำ​เร็จประ​โยชน์อะ​ไรอย่างเดียว​กัน​

การพิจารณากายนี้มีที่อ้างมาก​ ​ดั่ง​ใน​การบวชทุกวันนี้​ ​เบื้องต้น​ต้อง​บอกกรรมฐาน​ ๕ ​ก็คือ​ ​กายนี้​เอง​ ​ก่อน​อื่น​หมด​เพราะ​เป็น​ของสำ​คัญ​ ​ท่านกล่าว​ไว้​ใน​คัมภีร์พระธรรมบทขุทฺทกนิกายว่า​ ​อาจารย์​ผู้​ไม่​ฉลาด​ ​ไม่​บอก​ซึ่ง​การพิจารณากาย​ ​อาจทำ​ลายอุปนิสัยแห่งพระอรหันต์ของกุลบุตร​ได้​ ​เพราะ​ฉะ​นั้น​ใน​ทุกวันนี้​จึง​ต้อง​บอกกรรมฐาน​ ๕ ​ก่อน

​อีกแห่งหนึ่งท่านกล่าวว่า​ ​พระพุทธเจ้า​ทั้ง​หลาย​ ​พระขีณาสวเจ้า​ทั้ง​หลาย​ ​ชื่อว่า​จะ​ไม่​กำ​หนดกาย​ ​ใน​ส่วน​แห่ง​ ​โกฏฐาส​ (คือการพิจารณา​แยกออก​เป็น​ส่วนๆ​) ​ใด​โกฏฐาสหนึ่งมิ​ได้​มี​เลย​ ​จึง​ตรัสแก่ภิกษุ​ ๕๐๐ ​รูป​ผู้​กล่าว​ถึง​แผ่นดินว่า​ ​บ้านโน้นมีดินดำ​ดินแดง​เป็น​ต้น​นั้น​ว่า​ ​นั่นชื่อว่า​ ​พหิทฺธา​ ​แผ่นดินภายนอก​ให้​พวกท่าน​ทั้ง​หลายมาพิจารณา​ ​อัชฌัตติกา​ ​แผ่นดินภาย​ใน​กล่าวคืออัตตภาพร่างกายนี้​ ​จงพิจารณา​ไตร่ตรอง​ให้​แยบคาย​ ​กระทำ​ให้​แจ้งแทง​ให้​ตลอด​ ​เมื่อจบการวิสัชชนาปัญหานี้​ ​ภิกษุ​ทั้ง​ ๕๐๐ ​รูปก็บรรลุพระอรหันตผล​

เหตุ​นั้น​การพิจารณากาย​จึง​เป็น​ของสำ​คัญ ​ผู้​ที่​จะ​พ้นทุก​ทั้ง​หมดล้วนแต่​ต้อง​พิจารณากายนี้​ทั้ง​สิ้น​ ​จะ​รวบรวมกำ​ลัง​ใหญ่​ได้​ต้อง​รวบรวม​ด้วย​การพิจารณากาย​ ​แม้พระพุทธองค์​เจ้า​จะ​ได้​ตรัสรู้ที​แรกก็ทรงพิจารณาลม​ ​ลม​จะ​ไม่​ใช่​กายอย่างไร​? ​เพราะ​ฉะ​นั้น​มหาสติปัฏฐาน​ ​มีกายานุปัสสนา​เป็น​ต้น​ ​จึง​ชื่อว่า​ "ชัยภูมิ​" ​เมื่อเรา​ได้​ชัยภูมิดี​แล้ว​ ​กล่าวคือปฏิบัติตามหลักมหาสติปัฏฐานจนชำ​นาญ​แล้ว​ ​ก็จงพิจารณา​ความ​เป็น​จริงตามสภาพแห่งธาตุ​ทั้ง​หลาย​ด้วย​อุบายแห่งวิปัสสนา​ ​ซึ่ง​จะ​กล่าวข้างหน้า

ไม่มีความคิดเห็น: