14 มิถุนายน 2550

๑๔. ​อกิริยา​เป็น​ที่สุด​ใน​โลก​ - ​สุดสมมติบัญญัติ

สจฺจานํ​ ​จตุ​โร​ ​ปทา​ ​ขีณาสวา​ ​ชุติมนฺ​โต​ ​เต​ ​โลเก​ ​ปรินิพฺพุตา

สัจธรรม​ทั้ง​ ๔ ​คือ​ ​ทุกข์​ ​สมุทัย​ ​นิ​โรธ​ ​มรรค​ ​ยัง​เป็น​กิริยา ​เพราะ​แต่ละสัจ​จะๆ​ ​ย่อมมีอาการ​ต้อง​ทำ​คือ​ ​ทุกข์​-​ต้อง​กำ​หนดรู้​ ​สมุทัย​-​ต้อง​ละ​ ​นิ​โรธ​-​ต้อง​ทำ​ให้​แจ้ง​ ​มรรค​-​ต้อง​เจริญ​ให้​มาก​ ​ดังนี้ล้วน​เป็น​อาการที่​จะ​ต้อง​ทำ​ทั้ง​หมด​ ​ถ้า​เป็น​อาการที่​จะ​ต้อง​ทำ​ ​ก็​ต้อง​เป็น​กิริยา​เพราะ​เหตุ​นั้น​จึง​รวม​ความ​ได้​ว่าสัจ​จะ​ทั้ง​ ๔ ​เป็น​กิริยา​ ​จึง​สม​กับ​บาทคาถาข้างต้น​นั้น​ ​ความ​ว่าสัจ​จะ​ทั้ง​ ๔ ​เป็น​เท้า​หรือ​เป็น​เครื่องเหยียบก้าวขึ้นไป​ ​หรือ​ก้าวขึ้นไป​ ๔ ​พัก​จึง​จะ​เสร็จกิจ​ ​ต่อ​จาก​นั้น​ไป​จึง​เรียกว่า​ ​อกิริยา​

​อุปมา​ ​ดังเขียนเลข​ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๐ ​แล้ว​ลบ​ ๑ ​ถึง​ ๙ ​ทิ้งเสีย​ ​เหลือแต่​ ๐ (ศูนย์) ​ไม่​เขียนอีกต่อไป​ ​คงอ่านว่า​ ​ศูนย์​ ​แต่​ไม่​มีค่าอะ​ไรเลย​ ​จะ​นำ​ไปบวกลบคูณหาร​กับ​เลขจำ​นวน​ใดๆ​ ​ไม่​ได้​ทั้ง​สิ้นแต่​จะ​ปฏิ​เสธว่า​ไม่​มีหา​ได้​ไม่​ ​เพราะ​ปรากฏ​อยู่​ว่า​ ๐ (ศูนย์) ​นี่​แหละ​ ​คือปัญญารอบรู้​ ​เพราะ​ลายกิริยา​ ​คือ​ ​ความ​สมมติ​ ​หรือ​ว่าลบสมมติลงเสียจนหมดสิ้น​ ​ไม่​เข้า​ไปยึดถือสมมติ​ทั้ง​หลาย​ ​คำ​ว่าลบ​ ​คือทำ​ลายกิริยา​ ​กล่าวคือ​ ​ความ​สมมติ​ ​มีปัญหาสอดขึ้นมาว่า​ ​เมื่อทำ​ลายสมมติหมด​แล้ว​จะ​ไป​อยู่​ที่​ไหน​? ​แก้ว่า​ ไป​อยู่​ใน​ที่​ไม่​สมมติ​ ​คือ​ ​อกิริยา ​นั่นเอง​ ​เนื้อ​ความ​ตอนนี้​เป็น​การอธิบายตามอาการของ​ความ​จริง​ ​ซึ่ง​ประจักษ์​แก่​ผู้​ปฏิบัติ​โดย​เฉพาะ​ ​อัน​ผู้​ไม่​ปฏิบัติหาอาจรู้​ได้​ไม่​ ​ต่อเมื่อไรฟัง​แล้ว​ทำ​ตามจนรู้​เองเห็นเองนั่นแล​จึง​จะ​เข้า​ใจ​ได้​

ความ​แห่ง​ ๒ ​บาทคาถาต่อไปว่า​ ​พระขีณาสวเจ้า​ทั้ง​หลายดับโลกสามรุ่งโรจน์​อยู่​ ​คือทำ​การพิจารณาบำ​เพ็ยเพียร​เป็น​ ​ภาวิ​โต​ ​พหุลีกโต​ ​คือทำ​ให้​มาก​ ​เจริญ​ให้​มาก​ ​จนจิตมีกำ​ลัง​สามารถ​พิจารณาสมมติ​ทั้ง​หลายทำ​ลายสมมติ​ทั้ง​หลายลงไป​ได้จน​เป็น​อกิริยาก็ย่อมดับโลกสาม​ได้​ ​การดับโลกสาม​นั้น​ ​ท่านขีณาสวเจ้า​ทั้ง​หลายมิ​ได้​เหาะขึ้นไปนกามโลก​ ​รูปโลก​ ​อรูปโลกเลยที​เดียว​ ​คง​อยู่​กับ​ที่นั่นเอง​ ​แม้พระบรมศาสดาของเราก็​เช่นเดียว​กัน​ ​พระองค์ประทับนั่ง​อยู่​ ​ณ​ ​ควงไม้​โพธิพฤกษ์​แห่งเดียว​กัน​ ​เมื่อ​จะ​ดับโลกสาม​ ​ก็มิ​ได้​เหาะขึ้นไป​ใน​โลกสาม​ ​คงดับ​อยู่​ที่จิต​ ​ทิ่จิต​นั้น​เอง​เป็น​โลกสาม​ ​ฉะ​นั้น​ ​ท่าน​ผู้​ต้อง​การดับโลกสาม​ ​พึงดับที่จิตของตนๆ​ ​จึง​ทำ​ลายกิริยา​ คือตัวสมมติหมดสิ้น​จาก​จิต ​ยัง​เหลือแต่อกิริยา​ ​เป็น​ฐีติจิต​ ​ฐีติธรรมอัน​ไม่​รู้จักตาย​ ​ฉะนี้​แล​

ไม่มีความคิดเห็น: